ปกิณกะธรรม เล่มที่ 3




            จิตที่เย็นสนิท คือ จิตที่พิจารณากฎของกรรม แล้วยอมรับความเป็นจริงของขันธ์ ๕ โดยไม่ดิ้นรน

            บุคคลใดที่ต้องการจักไปพระนิพพานในชาตินี้ บรรดาเจ้าหนี้เก่าๆ ก็จักตามทวงตามเล่นงานอย่างไม่ลดละ หากทนไม่ได้ก็ไปไม่ได้ ต้องวางอารมณ์ยอมรับกฎของกรรมให้เป็นธรรมดาให้ได้ การพ่ายแพ้เป็นของธรรมดา แต่จงอย่าถอย จิตก็จักไม่ดิ้นรนมาก ไม่ช้าไม่นานกฎของกรรมก็จักคลายตัวไปเอง

            ทุกอย่างที่ทำให้จิตมีอารมณ์กังวลอยู่ ล้วนแต่เกี่ยวเนื่องด้วยการเกาะติดขันธ์ ๕ ทั้งสิ้น เช่น เศรษฐกิจไม่ดี การเจ็บป่วย ต้นเหตุเพราะจิตไม่ยอมรับนับถือกฎของกรรม

            ใช้ทุกขเวทนาให้เป็นประโยชน์ เอาทุกข์นั่นแหละ สอนจิตให้ยอมรับความไม่เที่ยงของโลก และ ขันธโลก (ร่างกาย) ทุกขสัจหรือทุกข์กาย ต้องกำหนดรู้จึงจักรู้ว่าเป็นทุกข์ แล้วลงตัวธรรมดาว่ามันก็เป็นของมันอยู่อย่างนี้เอง ไม่มีใครฝืนได้

            การเจ็บป่วยจึงเป็นของดี จักได้ไม่ประมาทในความตาย เพราะไม่มีใครเอาสมบัติของโลกไปได้ รู้ลม - รู้ตาย - รู้นิพพาน เป็นทางลัดเข้าสู่พระนิพพานได้ง่ายๆ

            การรู้เป็นเพียงแค่เข้าใจเท่านั้น ของจริงอยู่ที่ผลของการปฏิบัติ

            การรู้คือมรรค การปฏิบัติเพื่อตัดโกรธ - โลภ - หลงคือผล

            จิตฟุ้งอยู่ในสัญญา เพราะมัวไปยุ่งกับเรื่องของผู้อื่น จิตชอบจำแต่ความเลวของผู้อื่น อันเป็นภัยที่กลับมาทำร้ายจิตตนเองให้เศร้าหมอง ขาดเมตตากับกรุณาจิตตนเอง ชอบจุดไฟเผาตนเอง

            ฟุ้งเลว ให้แก้ด้วยฟุ้งดี จำเลวแก้ด้วยจำดี ฟุ้งออกนอกตัวเป็นกิเลส ฟุ้งอยู่กับกายตัว เป็นพระธรรม หากฟุ้งเข้าหาอริยสัจ เข้าหาพระธรรมเป็น ธัมมวิจัย ไม่ใช่นิวรณ์

            ฟุ้งเรื่องอะไร ให้พยายามแก้เรื่องนั้น โดยใช้อริยสัจเป็นหลักสำคัญในการแก้ปัญหา หากแก้ไม่ไหว จงใช้อานาปานัสสติเข้าระงับจิตให้สงบ แล้วจึงใช้อริยสัจ ธรรมของตถาคตต้องหยุดอารมณ์จิตให้สงบก่อน จึงจักเห็นการเคลื่อนไหวของกิเลสได้ตามความเป็นจริง

            จิตของผู้มีปัญญา จักเป็นจิตที่รู้เท่าทันความจริงในอริยสัจอยู่เสมอ พระอรหันต์ท่านทรงอธิปัญญาก็อยู่ที่ตรงนี้

            ศีล ๓ ระดับ

                       ขั้น ๑ เอาศีลคุมกายให้เรียบร้อย

                       ขั้น ๒ เอาศีลคุมวาจาให้เรียบร้อย

                       ขั้น ๓ เอาศีลคุมใจให้เรียบร้อย ก็คือ กรรมบถ ๑๐ นั่นเอง

            การวางอารมณ์ ราคะ และปฏิฆะ ไม่ได้อย่างสนิทใจเพราะบกพร่องใน

            กายคตานุสสติ และพรหมวิหาร ๔ กายคตาตัดราคะ พรหมวิหาร ๔ ตัดปฏิฆะ

            อย่าหนีความโกรธ เพราะเป็นกิเลสที่ต้องละด้วยสมถะ และวิปัสสนา (กสิณ ๔ และพรหมวิหาร ๔) ให้คิดว่าคือครูทดสอบอารมณ์จิต จึงต้องแก้ที่จิตตน อย่าไปแก้ที่บุคคลอื่น

            พุทธานุสสติอย่าทิ้งไปจากจิต เมื่อรู้ตัวว่าอารมณ์ โทสะจริต ยังเด่นอยู่ จงอย่าทิ้งพระ อย่าไปไหนคนเดียว อย่าอยู่คนเดียว ให้อยู่กับพระ พระอรหันต์ทุกองค์ท่านยังไม่ทิ้งพระ แล้วเราเป็นใคร

            คำว่ารัก มิใช่เพียงแต่หนุ่มสาว ให้ดูอารมณ์เกาะติดใน รูป - รส - กลิ่น - เสียง - สัมผัส - ธรรมารมณ์ด้วย คือ ให้สำรวมอายตนะทั้ง ๖ ประตูทั้ง ๖ ด้วย จึงจักวางอารมณ์เกาะติดลงได้

            การพิจารณาร่างกายอยู่เสมอ เป็นอุบายไม่ให้จิตส่งออกนอก เป็นวิปัสสนาญาณที่ถูกต้องของพระพุทธศาสนา เป็นอริยสัจ ให้ดูอาการของจิตที่เกาะติดร่างกายนี้ว่าเป็นเรา เป็นของเรานี่แหละเป็นสำคัญ

            อย่าทิ้งอาณาปานัสสติ ยิ่งกำหนดรู้ลมมากเท่าไหร่ จิตยิ่งทรงสติได้มากขึ้นเท่านั้น ช่วยเตือนใจว่าชีวิตนี้มันไม่เที่ยง อาจตายได้ตลอดเวลา มีมรณาควบอุปสมานัสสตอยู่เสมอ ความไม่ประมาทก็ยิ่งน้อยลง ก็ยิ่งใกล้พระนิพพานเพียงนั้น

            จิตจักเจริญได้ต้องอาศัยความเพียร ในการปฏิบัติจริงๆ แล้ว ให้ตัดสังโยชน์ ๓ ให้ได้ก่อน โดยเอาอธิศีลเป็นพื้นฐาน เมื่อได้แล้ว สังโยชน์ ๔ - ๕ ไม่ต้องตัด ให้รวบรัด ตัดอวิชชาข้อ ๑๐ เลย รู้ลม - รู้ตาย - รู้นิพพาน

            อุบายที่ทรงเมตตาแนะวิธีเข้าพระนิพพานแบบง่าย ๆ สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานได้สังโยชน์ ๓ ข้อแรกแล้วก็คือ รู้ลม - รู้ตาย - รู้นิพพาน

            กาม - กิน - นอน ๓ ตัวนี้ยังติดกันมาก ซึ่งล้วนเป็นเหตุที่ทำให้เกิดร่างกาย หรือ รูป - นาม (ขันธ์ ๕) ทั้งสิ้น อันเป็นโทษของการเกาะติด หากละวางได้ก็เป็นคุณ ซึ่งมีอยู่ในศีล ๘ ทั้งสิ้น

            อธิศีล มีศีล ๕ รองรับ ก็พ้นอบายภูมิ ๔ ได้ถาวรอธิจิต ไม่ติดใน กาม - กิน - นอน มีศีล ๘ รองรับ ก็พ้นเกิดพ้นตาย อธิปัญญา จิตไม่ยินดี - ยินร้ายในสมมุติของโลก และ ขันธโลก ในสมมุติบัญญัติ ๖ คือหมดอุปาทาน มีศีล ๑๐ และศีล ๒๒๗ รองรับ จิตวางสมมุติได้ จิตก็วิมุติทั้งกาย - วาจา - ใจ

            ให้พิจารณาโทษของการติดรูป - รส - กลิ่น - เสียง - สัมผัส - ธรรมารมณ์ให้มาก และพิจารณาโทษของการติดกาม - กินและนอนให้มากด้วย แล้วจักทำให้จิตหลุดจากกามคุณ

 

พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน ผู้รวบรวม


กลับหน้าหลัก


ไปเล่มที่
ไปเล่มที่