พระธรรม

ในเดือน...เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔




          สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

          ๑๖. หลวงปู่วัยฯ เมตตาสอนวิธีรักษาโรคปวดข้อมือ-ข้อนิ้วมือเรื้อรัง โดยให้เหยียดและงอข้อมือ-ข้อนิ้วมือที่เป็นโรคบ่อย ๆ มีความว่าให้ใช้ค้อนพลาสติกที่เด็กเล่น เวลาเคาะเล่นจะมีเสียงดังจากนกหวีด ให้เอานกหวีดออกเสีย แล้วมาใช้เคาะที่ข้อมือ-ข้อนิ้วที่เป็นโรคนั้น โรคก็จะทุเลาลงได้ ให้ทำไปเรื่อย ๆ อย่าขี้เกียจ แล้วจะดีขึ้นตามลำดับ สำหรับเพื่อนผมท่านเป็นโรคนี้มานาน ท่านให้แบมือ แล้วเคาะไปตามฝ่ามือ-ข้อมื้อ-ข้อนิ้วมือ แล้วคว่ำมือ เคาะไปบนหลังมือ ตามข้อต่อต่าง ๆ เพื่อช่วยกระจายเลือดด้วย ช่วยกระจายเส้นด้วย ช่วยกะเทาะหินปูนที่เกาะอยู่ให้หลุดไปด้วย ถ้าไม่เกินวิสัยกฎของกรรม โรคเหน็บชาก็จะหายไปด้วย พระองค์ทรงตรัสให้บันทึกไว้ตามความเป็นจริงที่ได้ประสบมากับตนเอง เรื่องนี้ใครจักเชื่อ ใครจักไม่เชื่อ ก็จงอย่าไปยุ่งกับเขา เรื่องนี้จักต้องเลือกคนพูด ไม่ควรนำไปแพร่เป็นสาธารณะ

          ๑๗. รักษากำลังใจให้ดูบารมี ๑๐ จุดเดียวเท่านั้น ถ้ามีบารมี ๑๐ ครบ กำลังใจก็ครบ ถ้าบารมี ๑๐ พร่อง กำลังใจก็พร่องร่างกายมันพร่องก็ปล่อยมันพร่องไป เป็นเรื่องธรรมดาของมัน แต่รักษากำลังใจอย่าให้พร่องก็แล้วกัน

          ๑๘. เห็นจริยาของผู้อื่น มีการค้านกับความเป็นจริง ก็จงอย่าดูหมิ่นเหยียดหยาม จงคิดว่าตัวเราเองตะก่อนนี้ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน จงเอาเขามาเป็นครูสอนใจ ว่าเราจักไม่เป็นเช่นนั้นอีก เอาเขาเป็นครูสอนใจ จักได้ไม่ประมาทในชีวิต จงอย่าติเตียนใคร ให้เห็นเป็นเรื่องธรรมดา

          ๑๙. รักษากำลังใจอย่างเดียวเท่านั้น ก็จักเห็นผลของการปฏิบัติ อย่าให้กิเลสเข้ามาครอบงำจิต ให้พยายามต่อสู่กับอารมณ์ที่เป็นข้าศึก อย่าท้อถอย เห็นคุณ-เห็นโทษของการติดอยู่ในสังโยชน์ให้มาก แล้วจักรู้การละสังโยชน์ได้อย่างแท้จริง

          ๒๐. การรักษาร่างกายมิใช่ของง่าย เพราะสภาวธรรม คือร่างกายมีความเสื่อมเป็นปกติ แต่ก็มีความจำเป็นที่จักต้องทำ เพื่อความเป็นสุขของจิตผู้อาศัยอยู่ อย่าเบียดเบียนร่างกาย จักเป็นอัตตกิลมถานุโยค วางกาย-วางใจให้อยู่ในทางสายกลาง แล้วจักมีความสุขในการปฏิบัติทั้งกายและใจ

          ๒๑. กฎของกรรมเป็นของเที่ยง ดังนั้นจึงไม่สมควรสนใจในกรรมของบุคคลอื่น การรับรู้ก็เรื่องธรรมดา เพราะอายตนะสัมผัสไม่ได้เสีย แต่ฟังแล้วก็ให้ปล่อยวางเห็นเป็นเรื่องธรรมดา รักษาอารมณ์จิตให้สงบ ด้วยการปล่อยวางให้เห็นเป็นกฎของธรรมดา

          ๒๒. เอาความประมาทพลาดพลั้งของบุคคลอื่นมาเป็นครู การบริหารร่างกาย จักต้องรู้เท่าทันสภาวะธาตุตามความเป็นจริง จึงจักไม่สร้างทุกขเวทนาให้แก่ร่างกาย จงบริหารร่างกายด้วยความรู้ มิใช่บริหารด้วยความโง่ แล้วความตายของคน นั่นเขาสอนให้เรารู้ตามความเป็นจริงของร่างกาย มองความตายที่เกิดขึ้นกับเขาเหล่านั้นแล้ว จงคิดว่าสักวันหนึ่งความตายย่อมปรากฏแก่ร่างกายของเราแน่ จงอย่าประมาทในชีวิต ที่ทรงตรัสสอนเรื่องนี้เพราะมีแม่ค้าหน้าวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี เกิดเป็นลมตายตอนอากาศร้อนจัด หมอต้องผ่าศพพิสูจน์พบว่าปอดอักเสบ แล้วมีน้ำท่วมปอดเป็นโรคแทรกซ้อนทำให้ตายเร็วขึ้น เลยคลายร้อนด้วยการเอาน้ำราดตัว-ถอดเสื้อ-เอาพัดลมเป่าโดยตรง ไม่ยอมให้พัดลมส่ายไป-มา ซึ่งตึงไปไม่เดินสายกลาง จึงเป็นโทษแทนที่จะเป็นคุณกับร่างกาย บางคนแก้ความร้อนที่กายด้วยการใช้พิมเสนน้ำทาร่างกายให้กายเย็น หลอกใจตนเอง แต่เบียดเบียนร่างกายอย่างยิ่ง โชคดีที่ไม่ถึงกับทำให้ร่างกายป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล หากร่างกายปรับตัวไม่ทัน กายก็ป่วยและตายได้ ทุกอย่างจะต้องเดินสายกลาง ค่อย ๆ ปรับให้ความร้อนลดลง หรือแก้ให้ถูกจุดด้วยปัญญา (อริยสัจ) กรรมทั้งหลายมาแต่เหตุทั้งสิ้น

          ๒๓. ร่างกายไม่ดี จงทำใจให้สบายให้ถึงที่สุด จงละความกังวลห่วงใยในร่างกายไปเสีย ด้วยการเห็นตามความเป็นจริง ที่ร่างกายนี้เสื่อมลงไปทุกวัน จงรักษากำลังใจให้ดี จงเห็นความไม่เที่ยงเป็นปกติของโลก เตือนจิต-เตือนใจเอาไว้เสมอ เพื่อความไม่ติดอยู่ในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งขันธโลก การเตือนสติอยู่ ให้ระลึกถึงความไม่เที่ยง ความประมาทในชีวิตก็จักน้อยลงไป จิตจักมีความเพียรในการสร้างความดี

          ๒๔. วัตถุภายนอกกับร่างกายมีสภาพเหมือนกัน มันมีความเสื่อมเป็นปกติ จงอย่าไปหงุดหงิดกับความเสื่อมของวัตถุให้ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา ร่างกายก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ให้พยายามยอมรับนับถือกฎของความเป็นจริง แล้วจงอย่าลืมว่ามันไม่ใช่เรา-เราไม่ใช่มัน พิจารณาเป็นธาตุ ๔ ก็ดี

          ๒๕. อย่าเบื่อหน่ายในการปฏิบัติ พระพุทธศาสนาสอนเพียงแค่กายกับจิตเท่านั้น แม้อิงไปในทุกสิ่งทุกอย่างภายนอก ก็น้อมเข้ามาเปรียบเทียบกับกายกับจิตเท่านั้น ก็จักบรรลุมรรคผล เรื่องภายนอกไม่สำคัญเท่ากับเรื่องภายใน คือ จิตเกาะกายหรือเกาะขันธ์ ๕ ของตนเองนั่นแหละเป็นเรื่องใหญ่ ขอยืนยันว่าละขันธ์ ๕ ของตนเองได้แล้ว ก็ละได้หมดในทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นในระยะหลังนี้ตถาคตจึงสอนอยู่แค่สั้น ๆ เพียงกายกับจิตเป็นสำคัญ จงเข้าใจตามนี้ อย่ามีความเบื่อหน่ายในการปฏิบัติ รักษากำลังตัดสังโยชน์ที่คั่งค้างอยู่ให้เข้มแข็ง

          ๒๖. จงเป็นผู้อย่าหวังในร่างกาย เพราะร่างกายนี้ไม่เที่ยง มีความตายไปในที่สุด นี่เป็นกฎธรรมดา ที่ไม่มีใครจักไปฝืนมันได้

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่