พระธรรม

ในเดือน...กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓




          ๙. การลอยบาปออกจากจิต ในวันมาฆบูชา ทางวัดมีพิธีเวียนเทียนรอบโบสถ์ เพื่อนของผมท่านก็เข้าพิธีเวียนเทียนกับเขาด้วย แต่ใช้วิธีของตนเอง คือยกจิตขึ้นบนพระนิพพานไปกราบพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ และพระอรหันต์ทุกๆพุทธันดร และอธิฐานจิต ความว่า ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ ขอเอาร่างกายนี้ทำงานให้พระพุทธศาสนาเป็นพุทธบูชา ธัมมบูชา สังฆบูชา โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างทำเพื่อพ้นทุกข์ในชาติปัจจุบันนี้ หรือทุกอย่างทำเพื่อพระนิพพานในชาตินี้ เมื่ออธิษฐานจบ ทรงตรัสว่า....

         - ให้พยายามลอยบาปออกจากจิตให้ได้มากที่สุด (เพื่อนผมยังไม่เข้าใจเรื่องลอยบาป)

         - บาป คือ ความชั่วของจิต กิเลสที่ครอบงำจิต

         - ความเศร้าหมองของจิต

         - อุปาทาน คือ ความยึดมั่นถือมั่น ไม่ยอมละ ปล่อยวาง บาปคือความชั่ว

         - อย่าลืมคำสอนของท่านฤๅษีที่กล่าวไว้ว่า พระอรหันต์คือผู้มีบาปอันลอยแล้ว หมายความว่าเป็นผู้ชำระจิตให้หมดจดจากกิเลส หรือความชั่วของจิต ด้วยการเห็นกฎของธรรมดา เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมดาไปหมด โลกทั้งโลกไม่มีอะไรเหลือ การหลงไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งในโลกนี้ ย่อมเป็นความชั่วของจิต

         - เจ้าอยากจักไปพระนิพพาน ก็จงหมั่นพยายามลอยบาปให้ออกจากจิตให้มากที่สุด

         - การพลั้งเผลอ ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ที่ยังไม่หมดกิเลส แต่ให้ได้มีสติรู้ตัว กลับใจ ชำระจิตให้ผ่องใสยอมรับกฎของธรรมดาให้เร็วที่สุดเท่าที่จักทำได้

          ๑๐. โรคภูมิบกพร่องกับยาเหนือที่สามารถต่อต้านโรคเอดส์ พระองค์ทรงตรัสให้บันทึกเรื่อง ยาเหนือที่สามารถต่อต้านโรคเอดส์ และป้องกันไวรัสและแบคทีเรียบางชนิดได้ด้วย เรื่องโดยย่อมีอยู่ว่า เพื่อนผมไปเยี่ยมหลวงพี่องค์หนึ่งซึ่งบวชอยู่วัดท่าซุง ซึ่งนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล "จิระประวัติ" เป็นโรงพยาบาลของทหารบก ท่านเป็นโรคภูมิบกพร่อง อาการเริ่มจากมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ค่อยๆหมดกำลังจนห่มจีวรไม่ไหว ที่สุดเดินไม่ได้ ฉันอาหารไม่รู้รส พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า สาเหตุมาจากฉันอาหารไม่ถูกสุขลักษณะด้วย และอาหารที่ฉันก็ไม่เป็นประโยชน์กับร่างกายด้วย ประการสำคัญคือที่อยู่อาศัยไม่มีความสะอาดเพียงพอ จีวรเครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอนมีความอับชื้น เป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อโรคเป็นไวรัสและแบคทีเรียขึ้น โดยก่อให้เกิดจุลชีพตัวเล็กๆ เกิดขึ้นในที่นั้นอย่างมากมาย ทรงให้เห็นภาพสัตว์ตัวเล็กๆ กลมๆ มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น ถ้าหากกวาดมารวมๆกันเป็นกองจะเห็นด้วยตาเปล่า เคลื่อนไหวไปมาได้ (ภาษาแพทย์เรียกว่าไมท์ หรือตัวเลน ตัวไร ซึ่งอยู่ตามผ้าปูที่นอน หมอน เสื่อ พรม ในที่อับชื้น เสื้อผ้าที่ใส่เหงื่อออก แล้วไม่ซัก ไม่ล้าง ไม่ตากแดด) ทรงตรัสว่า จุลชีพพวกนี้เวลาหายใจก็จะเข้าไปสู่ปอด เมื่อตัวมันตายจากความร้อนของร่างกาย สารพิษที่มีอยู่ในตัวก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตไปทั่วร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดโรคภูมิบกพร่องขึ้นมา

         - ทรงให้ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ คือ ให้นำเอาผ้าห่มเครื่องนอนทั้งหมด หมั่นออกตากแดด อย่างพระก็ให้เอาจีวรทั้งหมดหมั่นออกตากแดด ก็จักเป็นการป้องกันได้อย่างดี

         - ทางแพทย์เรียกพวกนี้ว่า ไรฝุ่น เข้าสู่ร่างกายทางลมหายใจ พอมันตายพิษจากตัวมัน ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้

         - หลวงพ่อฤๅษีเคยบอกว่า โรคเอดส์มิได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น หากเกิดแก่เชื้อไวรัส รูปร่างมันคล้ายๆ ตัวแรด ตามตัวมีขน พิษของมันอยู่ที่ขนนี้แหละ

          - พระท่านแนะนำให้ใช้ยาเหนือ ซึ่งไม่ใช่ยาฉุน หรือยาตั้งซึ่งเป็นยาใต้ ยาเหนือให้ถือเอาตั้งแต่กำแพงเพชรขึ้นไป นำมาจุดให้เกิดควัน แล้วใช้ควันนั้นอบ รมห้องที่อยู่อาศัยฆ่าเชื้อเหล่านี้ได้ หรือแช่ละลายในน้ำ ใช้เช็ดถูพื้น หากกรองเอาน้ำยามาฉีดพ่นห้อง ฝา พื้นที่อยู่อาศัยก็ใช้ได้

          ๑๑. ทรงตรัสสอนเรื่องโลกแต่จริงๆ แล้วคือธรรม ทรงเน้นเรื่องโลกภายในคือขันธโลก หรือขันธ์ ๕ คือร่างกายที่จิตเราอาศัยมันอยู่ชั่วคราวเป็นสำคัญ ทรงให้ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ให้รักษาสุขภาพของร่างกายไว้ให้ดี กรรมบางอย่างเกิดขึ้นเพราะการกระทำของตนเอง เป็นการกระทำที่โง่ๆ ไม่คิดหน้าคิดหลัง เบียดเบียนตนเองจนกระทั่งร่างกายทรุดโทรมโดยไม่จำเป็น ไม่รู้จักหาหลักมัชฌิมาปฏิปทา ขาดความเมตตากับกาย วาจา ใจของตนเอง กรณีนี้ลองพิจารณาให้รอบคอบแล้ว จักเข้าถึงธรรมได้อย่างรู้แจ้งเห็นจริง

          - ตราบใดที่ยังมีร่างกายอยู่ การเจ็บไข้ได้ป่วยย่อมยังต้องมีอยู่เป็นระยะๆ ตามวาระกฎของกรรมจักให้ผล ให้ทำใจยอมรับเข้าไว้ จงอย่าประมาท อย่าคิดว่าจักไม่เจ็บ ไม่ป่วย ให้หมั่นสร้างความดีเข้าไว้ ความดีย่อมจักส่งผลให้ถึงซึ่งพระนิพพานได้โดยง่าย

          ๑๒. ให้วางจิตเป็นธรรม หมายถึงเอาธรรมดาเข้ามาเป็น อันหนึ่งอันเดียวกันกับจิต เสมือนหนึ่งวันนี้ที่เจ้าปั่นจักรยานไป เจ้ารู้สึกว่าจักรยานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับจิต คือจักปั่นไปไหนก็ด้วยจิตบงการให้ไป ซึ่งขณะนั้นจักรู้ว่าจิตเป็นสมาธิอยู่กับการปั่นจักรยานอย่างเดียว โดยอารมณ์ที่แส่ส่ายไปเรื่องอื่นนั้นไม่มี ข้อนี้มีอุปมาฉันใด การกระทำจิตให้เป็นธรรมก็ฉันนั้น ให้หัดวางธรรมดาเสียให้มาก ค่อยๆ ทำกันไปแล้วที่สุดธรรมกับจิตก็จักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีการฝืนธรรมให้เป็นทุกข์อีก

          ๑๓. อย่าเครียดเพราะความเหนื่อย ในเมื่อมีความจำเป็นที่จักต้องเหนื่อย ก็จงเห็นความเหนื่อยเป็นธรรมดา แล้วจงอย่าใช้กำลังทำงาน หรือการใช้อารมณ์ทำงานเป็นของไม่ถูก ไม่เป็นของดี จักต้องใช้ปัญญาพิจารณาเสียก่อนแล้วจึงทำงาน งานก็จักออกมาโดยมีความเหนื่อยน้อย แล้วสมองก็จักโปร่ง จิตจักไม่เครียดอย่างที่เป็นอยู่นี้


          - กรรมฐานเจ้าทำทีเล่นทีจริง การทำงานก็พึงทำเช่นนั้นเช่นกัน ทำทีเล่นทีจริงแต่ทำจริง แล้วจงรักษาอารมณ์อย่าเครียด เช่นเดียวกับกรรมฐาน

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่