พระธรรม

ในเดือน...มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔




          สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

          ๑๑. ทำอะไรให้เห็นทุกข์ให้มาก และให้เห็นโทษว่าการทำเหล่านี้ การทุกข์เหล่านี้เนื่องจากการมีขันธ์ ๕ เป็นปัจจัย ถ้าไม่มีขันธ์ ๕ ก็ไม่ต้องมาทำ หรือมาทุกข์อย่างนี้อีก ใจเย็น ๆ ทำอะไรให้พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน จักได้ไม่ผิดพลาดไป ส่วนใหญ่เป็นเพราะจิตไม่ละเอียดพอ ขาดการพิจารณาใคร่ครวญในการทำงานทุกอย่าง แล้วจงอย่าห่วงใยอนาคตให้มากจนเกินไป อยู่กับปัจจุบันให้มาก ๆ

          ๑๒. การพูดถึงแนวทางปฏิบัติให้ใครฟัง ก็เหมือนการโอ้อวด จงอย่าทำ ให้ตกย้ำความรู้สึกในการปฏิบัติอยู่ในจิตของตนเองให้มั่นคงอยู่เสมอ จึงจักเป็นของดี เพราะจักทำให้มีสติสมบูรณ์อันเนื่องมาจากการระลึกนึกถึงเอาไว้อยู่เสมอ ๆ ซึ่งเป็นการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง ให้หวนกลับไปดู เมื่อครั้งรักษาศีลเป็นอารมณ์อยู่เสมอ ฉะนั้นการพิจารณากายคตาก็เช่นกัน จักต้องทำให้ได้เช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าทำยังไม่ได้ ให้รู้ว่ากำลังยังไม่พอกับการพิจารณากายคตา

          ๑๓. จงดูร่างกายเข้าไว้ แล้วหมั่นพิจารณารูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณนี้ไม่ใช่เรา-ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในขันธ์ ๕-ขันธ์ ๕ ไม่มีในเรา ถ้าคิดได้อย่างนี้เป็นปกติจักไปที่ไหน จักอยู่ที่ไหน ก็เป็นสุข เพราะความห่วงใยอาลัยในขันธ์ ๕ หรือร่างกายก็จักไม่มีเลย

          ๑๔. อย่าสนใจร่างกายให้มากจนเกินไป รักษาพยาบาลแล้วตามสมควร ถ้ามันไม่ดีก็วางจิตให้สบาย ๆ ให้รู้ว่าวาระกรรมมันยังไม่สิ้นสุด การป่วยไข้ไม่สบายก็ยังจักไม่หาย ให้จิตเป็นผู้รู้ รู้ว่ากรรมชั่วเป็นการส่งผลให้ป่วยไข้ไม่สบาย แล้วเรานั่นแหละเป็นผู้กระทำมาแล้วในกาลก่อน กฎของกรรมเหล่านี้ จึงปรากฏขึ้นมาในขันธ์ ๕ ต้องรับผลในกฎของกรรมตามที่ตรัสเอาไว้ว่า “กรรมทั้งหลายนั้นมาแต่เหตุ” จงทำใจให้ยอมรับนับถือกฎของความเป็นจริง ขันธ์ ๕ อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น อย่าให้จิตใจมันป่วยไปด้วย สุขภาพร่างกายย่อมเป็นไปตามอำนาจของกฎของกรรม จงอย่าประมาทในชีวิต กรรมปาณาติบาตย่อมสามารถตัดรอนชีวิตได้ตลอดเวลา ให้รักษาใจมั่น ยอมรับนับถือกฎของกรรมตามความเป็นจริง

          ๑๕. จงอย่าสนใจในจริยาของผู้อื่น ให้นึกเอาไว้เสมอว่า ใครทำอะไร ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา จงวางเรื่องภายนอกลงเสียให้หมด มองทุกอย่างลงตัวธรรมดาให้ได้ อย่าไปคิดว่าผิดธรรมดา พิจารณาด้วยจิตเยือกเย็นจักเห็นทุกอย่างตามความเป็นจริง แล้วจักเห็นว่าไม่มีอะไรผิดธรรมดาเลย ไม่ต้องฝืนใจ-ไม่ต้องใส่ใจ ใครจักทำอย่างไรก็เรื่องของเขา กรรมของเขา เราไม่เกี่ยว ไม่ใช่ธุระอะไรของเรา วางเสียให้สนิทใจ จริงใจ ไม่ห่วงอะไรทั้งหมด

          ๑๖. ร่างกายไม่ใช่ของเราก็จริงแหล่ แต่ก็มีความจำเป็นที่จักต้องบำรุงรักษา เพื่อความอยู่เป็นสุขของร่างกายที่จิตนี้ยังจำเป็นต้องอาศัยอยู่ เป็นการระงับทุกขเวทนาไม่ให้เบียดทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ทั้ง ๆ ที่บำรุงรักษาอยู่ก็ยังหนีไม่พ้นทุกขเวทนาเบียดเบียนไปได้ แต่เบียดเบียนได้น้อยลง อย่างนี้ให้เห็นเป็นกฎของธรรมดา ให้ตั้งใจไว้ว่าทุกข์ทั้งหมดนี้อันมีได้ เพราะขันธ์ ๕ เรามี เป็นต้นเหตุต่อไปคำว่ามีขันธ์ ๕ อย่างนี้เราจักไม่มีอีก ค่าทุกข์ของขันธ์ ๕ อย่างนี้ เราจักไม่มีอีก เราไม่ต้องการ การปรารถนาพระนิพพาน จักต้องฝึกฝนจิตให้เข้มแข็งเข้าไว้เสมอ อย่าท้อแท้อ่อนแอ แพ้บ้างชนะบ้างเป็นของธรรมดา อย่าละความตั้งใจในการปฏิบัติ ให้เข้มแข็งเข้าไว้ แม้ร่างกายไม่ดี จงรักษากำลังใจให้ดี เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดาเสียทั้งหมด เหตุหนักใจก็จักไม่มี ลงตัวทำธรรมดาตัวเดียวทุกอย่างก็สบายใจ เพราะจิตไม่ดิ้นรนไปด้วยความเดือดร้อน ให้พยายามประคองใจยอมรับกฎธรรมดาเข้าไว้ ด้วยการพิจารณากฎของธรรมดาเข้าไว้เสมอ ๆ จักเข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้โดยง่าย

          ๑๗. จงอย่าไว้ใจชีวิตของร่างกาย ดูร่างกายเข้าไว้ เพื่อความไม่ประมาทของจิตที่จักสร้างความดี แล้วจงพยายามแยกรูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณออกจากจิต ด้วยการพิจารณาให้เห็นชัดว่า ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา-เราไม่ใช่ขันธ์ ๕ –ขันธ์ ๕ ไม่มีในเรา-เราไม่มีในขันธ์ ๕ ให้พยายามรักษาอารมณ์นี้ให้ทรงตัว จิตจักอยู่ได้อย่างเป็นสุข

          ๑๘. ความไม่เรียบของจิตคือความเดือดร้อนของจิต ไม่ว่าเดือดร้อนด้วยกรณีใด ๆ ก็ถือว่าเป็นความไม่เรียบของจิต จิตเรียบคือความสงบ ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา ถ้าจิตเห็นธรรมดาเมื่อไหร่ก็ไม่เดือดร้อน ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งปวง ให้หมั่นสังเกตจิตเอาไว้ด้วย และจงอย่าลืมรักษากำลังใจเอาไว้ให้อยู่ในความสงบสุขด้วย

          ๑๙. อย่ากังวลเรื่องความตาย การยอมรับนับถือกฎของธรรมดาไม่ใช่ความกังวล ความไม่ประมาทก็ไม่ใช่ความกังวล ความหนักใจในกฎของธรรมดาไม่มีในจิตใจ ลองไล่อารมณ์จิตเสียให้ดี จักได้ประคองใจให้ถูกต้องในการปฏิบัติ

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่