พระธรรม

ในเดือน...กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓




          สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

          ๑๓. หลักสำคัญในการปฏิบัติ ใครจักเป็นอย่างไรก็ช่าง อย่าไปสนใจจริยาของบุคคลอื่น วันทั้งวันให้มุ่งดูแต่อารมณ์จิตของตนเอง หาความเป็นจริงที่กายตน-จิตตนให้พบและยอมรับนับถือกฎของธรรมดา อะไรจักเกิดขึ้นกับร่างกาย จิตก็ยอมรับว่าเป็นกฎของกรรมที่จิตตนเองทำเอาไว้ในอดีตตามมาให้ผล แล้วลงตัวธรรมดาว่าช่างมัน ช่างเรื่องของร่างกายมัน พยายามอย่าให้จิตหวั่นไหวไปกับสิ่งที่มากระทบนั้น ๆ แม้จักทำได้ยากก็ต้องพยายามทำให้ได้ เนื่องจากเป็นชาติสุดท้ายแล้ว ให้ยอมรับนับถือตามความเป็นจริงว่า กายนี้ย่อมเป็นอย่างนี้เป็นปกติของมัน

          ๑๔. การที่จักไปพระนิพพาน มิใช่ของง่าย แต่ก็เป็นของไม่ยากสำหรับคนทำจริง และคนทำจริงเขาไม่ประมาทกันหรอก นักปฏิบัติที่ร่างกายตาย แต่จิตไปไม่ถึงพระนิพพานก็เพราะว่าขาดปัญญาตัวตัดร่างกาย แม้จักมีศีลบริสุทธิ์จิตบริสุทธิ์ในขณะนั้น แต่หากขาดปัญญา ตัดอุปาทานขันธ์ ๕ ว่ามันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ก็ไปไม่ถึง อนุสติสุดท้ายคือมรณาบวกอุปสมานุสสติจักต้องทรงตัวอยู่เสมอ เมื่อความฉลาดไม่พอ ปัญญาไม่ได้ประกอบอยู่เนือง ๆ ความคมกล้าที่จักตัดร่างกายจึงไม่มี กล่าวคือในยามปกติอยู่ ขาดตัวพิจารณาธาตุ ๔ อาการ ๓๒ ว่าไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในมัน มันไม่มีในเรา จิตจึงไปยึดอยู่เสมอ ร่างกายนี้เป็นเรา เป็นของเรา ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันต้องเป็นเช่นนี้แหละ เพราะฉะนั้น การที่จักไปพระนิพพานไม่ใช่ของง่าย แต่ก็เป็นของไม่ยากสำหรับคนที่ทำจริง และคนทำจริงเขาไม่ประมาทกันหรอก

          ๑๕. อย่าฝืนโลก อย่าฝืนธรรมจึงจักได้ดี อาทิ สุขภาพไม่ดีร่างกายป่วย กินยาแล้วรู้สึกง่วง ก็จงอย่าบังคับร่างกาย จงปล่อยตามธรรมชาติ มันอยากหลับก็จงปล่อยให้มันหลับ ดูความเสื่อมของร่างกาย ให้เห็นเป็นของธรรมดาของมัน จักต้องเป็นอย่างนั้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงไปได้ ดูแล้วจงอย่าหนักใจ อย่าเศร้าใจ-อย่ากังวลใจ ทำจิตให้สบาย ๆ ยอมรับนับถือกฎของธรรมดาตามความเป็นจริงเสีย เรื่องนี้จักต้องใช้ปัญญาค่อย ๆคิด คิดให้มีสติ รู้ตามความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา แล้วจิตก็จักค่อย ๆ ละจากอารมณ์ที่เข้าไปเกาะติดลงได้ในที่สุด

          ๑๖. การกำหนดจิตขึ้นมากราบพระ ให้พยายามละทิ้งความกังวลใจด้วยการพิจารณาอารมณ์ของจิต แล้วพยายามลงตัวธรรมดาให้มาก อย่าให้จิตเกิดอารมณ์หนักใจ ด้วยเหตุประการทั้งปวง อนึ่งให้พยายามชนะอารมณ์ขี้เกียจให้ได้อยู่เสมอ เพราะนั่นเป็นการตกหลุมพรางของกิเลสแล้ว เขามาชักชวนให้เกิด ดูให้ดี-คิดให้ตกด้วยปัญญา

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่