พระธรรม

ในเดือน...สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔




          สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

          ๖. เพื่อนของผมท่านฉลาด ไม่แน่ใจว่าแมวที่เลี้ยงไว้ถูกหมากัดตาย แล้วจิตของเขาจะไปไหน จึงถวายสังฆทานให้ ๑ ชุด โดยฝากไว้กับลุงพุฒิที่สำนักพระยายม ก็เป็นจริงตามที่คาดไว้ จิตที่อาศัยร่างกายแมวตัวนั้นพอถูกหมารุมกัดตาย จิตก็ไปสู่สำนักพระยายาม เป็นชายหนุ่ม ลุงพุฒิท่านก็บอกว่า “นี่แม่เอ็งเขาถวายสังฆทานฝากไว้กับข้า เอ็งโมทนาเสียสิ” ชายหนุ่มนั้นก็โมทนามีผลทำให้ร่างกายเป็นเทวดาอยู่ชั้นดาวดึงส์ เรื่องสัตว์เดรัจฉานตายแล้ว อาทิสมานกายเป็นคนนี้พบบ่อยๆ แม้แต่มด หนอน ก็ตาม คือมีอาทิสมานกายเป็นคนตั้งแต่ยังไม่ตาย ส่วนคนบางคนที่ทำชั่วมาก เช่น ปรามาสพระรัตนตรัย อาทิสมานกายก็เป็นสัตว์นรกอยู่แล้วก่อนตาย ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงตรัสไว้ว่า “จิตดวงเดียวท่องเที่ยวไป (จิตเป็นอมตะไม่เคยตาย) ด้วยแรงกิเลส ตัณหา อุปาทานและอกุศลกรรม ถ้าทำดีก็ไปสู่สุคติ ถ้าทำชั่วก็ไปสู่ทุคติหรืออบายภูมื ๔”

          ๗. ใส่บาตรพระได้บุญ ตักบาตรพระได้บาป (ของที่อยู่ในบาตรพระ ผู้ใดไปตักอาหารจากบาตร ย่อมได้บาป เป็นบาปไม่ควรทำ) วันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา, วันออกพรรษา, วันวิสาขบูชา, มาฆบูชา เป็นต้น ศาลของลุงพุฒิปิดทำการ ญาติที่ฉลาดจะพากันทำบุญ ใส่บาตรพระตั้งแต่ ๔ องค์ขึ้นไปเป็นบุญใหญ่ คือ สังฆทาน แล้วเจาะจงอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติของตนที่กำลังรอพิจารณาอยู่ที่ศาล จะมีผลทำให้เขาได้รับบุญใหญ่จากสังฆทาน ทำให้โทษเบาบางลง ได้ไปสวรรค์เป็นส่วนใหญ่ บุคคลบางคนก่อนตายมีอารมณ์ปฏิฆะ หรือโกรธรุนแรงมาก พวกนี้ไม่สามารถรับบุญจากผู้อื่นได้ นอกจากญาติใกล้ชิดตนเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ควรรู้ไว้เพราะมีประโยชน์

          ๘. อย่าเอาอารมณ์ปรุงแต่งของตน เป็นหลักในการแก้ปัญหา เพราะเป็นอุปาทานจากกิเลส ตัณหา และอกุศลกรรมของจิตตนเองสร้างขึ้น ทุกอย่างจักต้องใช้ปัญญาพิจารณา อย่าคิดว่าเป็นการฟุ้งซ่าน หากทบทวนตามพระธรรมคำสั่งสอนเป็นหลักใหญ่ เพราะพระธรรมเป็นของเที่ยง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่อารมณ์จิตของเรายังไม่เที่ยงชอบเขาข้างตนเอง เอาเหตุผลของตนเป็นใหญ่

          ๙. กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์ คนกับสัตว์ต่างเกิดมาตามกรรมที่ตนสร้างไว้ สัญชาตญาณคนกับสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมจึงเหมือนกัน คือ ลูกออกมาใหม่ๆ ยังช่วยตนเองไม่ได้ แม่ก็ต้องคอยช่วยเหลือ เลี้ยงดู ให้นมลูกหาอาหารมาเลี้ยงลูก พอลูกโตพอช่วยตนได้ก็เลิกช่วย ให้รู้จักช่วยตนเอง แล้วที่สุดต่างก็แยกจากกันไปตามกรรม สัตว์บางชนิดไล่ลูกออกจากรัง บางชนิดแม่หนีลูกไปให้ลูกช่วยตนเอง บางชนิดไล่ส่งเลยก็มี บางชนิดอยู่กับแม่นานถ้าเป็นเพศเดียวกัน เราจะพบความจริงว่า จะเกิดเป็นคน เป็นสัตว์ประเภทใดก็ตาม ก็หนีความทุกข์จากสัจจธรรม ๕ ประการไปไม่พ้น คือ ความแก่ ความป่วยไข้ไม่สบาย ความตาย ระหว่างมีชีวิตอยู่ต้องกระทบกระทั่งกับอารมณ์พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง มีความปรารถนาไม่สมหวังอยู่เป็นปกติธรรมดา สิ่งที่ควรพิจารณาเนืองๆ ก็คือสัจจธรรม ๕ นี้ เพื่อให้เกิดนิพพิทาญาณ ไม่อยากจะเกิดมาพบความทุกข์เช่นนี้อีก มีรายละเอียดอยู่มากในเรื่องทุกข์นี้ จึงขอเขียนไว้สั้นๆ เพียงแค่นี้

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่