พระธรรม

ในเดือน...มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓




          สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

          ๑. ขันธ์ ๕ หรือร่างกายเป็นรังของโรค สภาพการเกิดของคนเราก็คือชดใช้หนี้กรรม ไม่ว่าทั้งเก่าและใหม่ต้องใช้หนี้กันไป ยกเว้นผู้ไม่เกิดแล้วเท่านั้นจึงจักพ้นกรรมไปได้ จงอย่ามุ่งหวังอะไรกับขันธ์ ๕ ว่าจักทรงตัว ความมีโรคย่อมเป็นธรรมชาติของร่างกาย ดังนั้นจึงพึงพิจารณาข้อนี้เอาไว้ให้มาก การไปให้หมอตรวจร่างกาย หากพบว่ามีโรคอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายก็ให้ยอมรับกฏของกรรม ร่างกายย่อมแปรปรวนเพราะสภาวะธาตุไม่ทรงตัวนี้เป็นปกติธรรม อย่าไปหาความเที่ยงในร่างกายหรือขันธ์ ๕ ให้ถามแล้วตอบกับจิตตนเองให้มากๆ แล้วจักเกิดปัญญาพิจารณาขันธ์ ๕ ตามความเป็นจริง

          ๒. อย่าหวั่นไหวในกฎของกรรม ให้พยายามฝึกฝนจิตใจให้ยอมรับเข้าไว้เสมอ กฎของกรรมไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ทุกชีวิตล้วนอยู่ภายใต้กฎของกรรม อย่าทำใจให้เศร้าหมอง ให้พิจารณาจนจิตยอมรับนับถือกฎของกรรม จิตจักเกิดปัญญา มีความผ่องใสร่าเริง จิตใจจักไม่มีความกังวลไปกับร่างกายเลย ทำทุกอย่างตามที่เห็นสมควร อย่าลังเลเพราะจักทำให้ไม่สบายใจ การทำด้วยความมั่นใจจักมีผลสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง รักษากำลังใจให้ตัดความกังวลห่วงใยในเรื่องใดๆ ทั้งปวงทิ้งไป การทำงานหรือกรรมฐานก็จักได้ผลในขณะปัจจุบัน ถ้าหากทำอย่างจิตมีกังวล งานก็ไม่สำเร็จ กรรมฐานก็ไม่ได้ดี ร่างกายแม้จักไม่ดีนัก แต่ถ้าหากรักษากำลังใจหรือพิจารณากรรมฐานก็ยังพอทำไปได้ ทำจิตให้สบายก็แล้วกัน การทำงานจึงต้องเดินสายกลางทำงานพอสมควร เอาแค่ทรงงานให้เดินไปได้ อย่าตึงไปหรือมุงานให้มากเกินไป เมื่อรู้อยู่ว่าสุขภาพไม่ค่อยจะดี

          ๓.อย่าไปยึดเกาะกับเวทนา ให้เห็นสักเพียงแต่ว่าเกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่แล้วก็ดับไปเท่านั้น เวทนานี้ไม่ใช่เรา ไม่มีในเรา เราคือจิตให้เตือนตนเองเอาไว้อย่างนี้เสมอ เวทนาก็เพียงสักแต่ว่ารู้ สักเพียงแต่ว่าเห็นเท่านั้น และให้ระมัดระวังสุขภาพไปด้วย การเจ็บป่วยของร่างกายย่อมเป็นไปตามกฎของกรรม ไม่มีใครสามารถจักหลีกเลี่ยงได้ ในเมื่อเข้าใจร่างกายก็จงอย่าฝืนสภาพของร่างกาย ให้ดูตามความเป็นจริง จิตอย่าดิ้นรน เห็นใครเขาเจ็บป่วยก็จักพิจารณาเข้าหาตัวธรรมดาได้เองเห็นเป็นปกติธรรมของการมีร่างกาย และสักวันหนึ่งข้างหน้าร่างกายของเราเองก็จักต้องมีสภาพอย่างนี้เหมือนกัน จงอย่าได้มีความประมาทในชีวิตพยายามเกาะติดพระนิพพานเอาไว้เสมอ

          ๔. อารมณ์เบื่อร่างกาย (นิพพิทาญาณ) ที่ไม่ถูกต้อง คือเบื่อแบบขาดปัญญา ทำจิตของตนเองให้เศร้าหมองอยู่เสมอ เพราะไม่ยอมรับนับถือกฏของกรรม ไม่ยอมรับความจริงเกี่ยวกับร่างกาย (ไม่ทบทวนพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ที่เคยตรัสสอนไว้ มีอารมณ์ขี้เกียจแต่อยากได้ดี จัดเป็นอารมณ์หลงหรือโมหะจริต หากเกิดตายในขณะนั้น ก็เป็นสัตว์เดรัจฉาน) ทรงตรัสว่า นั้นเป็นอารมณ์ปฏิฆะเกิดขึ้นกับจิตแล้ว อันเป็นความอึดอัดขัดข้องใจ หดหู่ใจไปกับขันธ์ ๕ ซึ่งมันเป็นความโง่ของจิตต่างหาก ให้รู้จักคิดหาคำถามเพื่อถามตนเอง แล้วตอบตัวเองให้มาก ในเรื่องอารมณ์ของจิตทุก ๆ ขณะที่เกิดการกระทบกระทั่งใจ

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่