พระธรรม

ในเดือน...มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔




          สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

          ๘. จงละอุปาทานเสีย แล้วทำจิตให้เป็นสุข อย่ายึดถือสิ่งใดในโลกว่าเป็นเรา-เป็นของเรา ทำใจให้สงบ มีสติระลึกได้รู้อยู่อย่างนี้เป็นปกติ ปล่อยวางภาระลงเสียทุกสิ่งทุกอย่างในจิต ในใจนี้ การทำงานก็ทำไป แต่เพียงหน้าที่เท่านั้น จงอย่าทุกข์ จงเห็นทุกข์ว่าเมื่อไปเกาะอยู่เป็นอุปาทาน ไม่ว่าสิ่งที่เกาะนั้น จักเป็นรูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ หรืออายตนะภายนอก มันเป็นของไม่เที่ยง เมื่อจิตไปยึดเกาะจึงเกิดทุกข์ ทำใจให้ปลดทุกสิ่งทุกอย่างออกไปเสียจากจิต เพื่อความสุขใจ แต่ไม่ใช่เป็นของง่ายนักหรอก เพราะจิตนี้ชินกับอารมณ์เกาะเสียจนชิน ดังนั้นจึงต้องฝึกสู้กับอารมณ์ จักต้องมีการอดทน-ข่มใจด้วยการเห็นตามความเป็นจริง

          ๙. ให้เห็นธรรมดาของร่างกายที่ตั้งอยู่กับความเสื่อม และจงอย่าโทษใคร โทษอะไรที่ทำให้ป่วย จงโทษใจหรือจิตติดตัณหา ทำให้เกิดมามีร่างกายหรือขันธ์ ๕ จึงทำให้เกิดสภาวะเช่นนี้ให้เกิดขึ้นกับเรา จงมีกำลังใจให้ยอมรับตามความเป็นจริงอยู่อย่างนี้ แล้วหักห้ามจิตใจที่คิดว่า ร่างกายหรือขันธ์ ๕ จักต้องดีขึ้นมากกว่านี้ ซึ่งเป็นการฝืนความจริง

          ๑๐. พิษ-ภัยของผงชูรสในอาหารและอาหารรสเค็มจัด เรื่องโดยย่อมีอยู่ว่า พยาบาลคนหนึ่งเป็นโรคปอดชื้น หมอหาสาเหตุไม่พบ คือพยายามหาตัวเชื้อโรคแต่ไม่พบ เพื่อนผมก็ถามพระ พระบอกว่า หาไปให้ตายก็ไม่พบเชื้อ น้ำท่วมปอดเป็นปลายเหตุ ต้นเหตุจริง ๆ คือไตวาย กรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ พยาบาลคนนี้ชอบกินอาหารรสจัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรสเค็ม ยิ่งในร่างกายที่เกิดผิดปกติขึ้นมาได้ก็เพราะไตมันทำงานไม่ปกติ จึงทำให้การระบายน้ำออกมาไม่ดี อุปมาเช่น น้ำเคยไหลออกสู่ปากอ่าวได้คล่อง พอมีเขื่อนกั้นขึ้นมา น้ำก็ถูกปิดให้ชะงักไป แต่น้ำไหลเข้ายังคงมี น้ำก็เต็มเขื่อนได้ฉันใด ภาวะไตวายก็สามารถทำให้น้ำท่วมปอด ท่วมหัวใจได้ฉันนั้น

          จุดนี้เป็นกฎของกรรม เพราะกรรมนี้เกิดจากการกระทำของตนเอง กรรมปัจจุบันก็ดี กรรมอดีตก็ดี กรรมอนาคตก็ดี ย่อมเกิดขึ้นเพราะตนเองเป็นปัจจัย หรือต้นเหตุทั้งสิ้น อย่างท่านพระสุรจิต เรื่องอาหารในอดีตที่บริโภคมาก็ส่งผลให้ไตย่ำแย่มาก่อน พอมาผ่าตัดหัวใจเข้า มีการสวนทวารหนัก ทวารเบาก่อนผ่าตัด เป็นการบังคับให้น้ำและอุจจาระออกมาโดยไม่ใช่ธรรมชาติ เป็นการบังคับของยาสวนทวาร จุดนี้เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งที่ทำให้ไตซึ่งแย่อยู่แล้ว ทำงานหนักกว่าปกติ ต่อมาเมื่อเข้ารับการผ่าตัด ในขณะที่ผ่าตัด มีการรมยา (ดมยาให้สลบ) ภาวะที่สลบอยู่นั้น ไตทำงานน้อยลง จึงเป็นเหตุให้ไตมีกำลังอ่อนตัวลงเกือบจะไม่ทำงาน จึงทำให้เกิดน้ำท่วมปอดขึ้นโดยง่าย อนึ่งทั้ง ๒ กรณีคือ ท่านพระสุรจิตก็ดี พยาบาลก็ดี ขาดการออกกำลังกาย การบริหารร่างกายไม่ค่อยจะมี การออกกำลังกายทำให้ปอดแข็งแรง และเพิ่มการทำงานของหัวใจให้เต้นแรงขึ้น-เร็วขึ้น การหายใจก็แรงและเร็วขึ้น เป็นการกระตุ้นปอดให้ทำงาน แต่มิใช่หักโหม เพียงแต่รู้จักทำโดยพอเหมาะพอควรในหลักของคำว่ามัชฌิมาปฏิปทา ก็จักสามารถยังอัตภาพให้เป็นไปได้ โรคภัยก็เบียดเบียนได้น้อยลง อาหารสำเร็จรูป-ทำง่าย-ปรุงง่ายในปัจจุบัน มีสารเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นผสมอยู่มาก เพื่อเพิ่มรสชาติของอาหารให้ถูกปาก-ถูกลิ้นของผู้บริโภค สารเหล่านี้สามารถทำให้เกิดสภาวะไตวายและโรคต่าง ๆ ได้อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนปัจจุบันนิยมกินมาม่ากัน ในนั้นมีผงชูรสเป็นตัวอันตรายที่สูงสุด ยิ่งกินมากยิ่งสะสมให้โทษอยู่ในร่างกายมาก ร้านค้าทั่วไปเขาผัดราดหน้า หรือผัดซีอิ้วก็ใช้มาม่ากัน เพราะสะดวก และเส้นออกมาอร่อย ถูกปากคนกิน เพราะมาม่ามีราคาไม่แพง คนชอบกิน ไม่ใช่แค่เครื่องปรุงที่มีผงชูรส แม้แต่ในเส้นของมาม่าก็ผสมไปด้วยชูรส และอาหารที่เขาขายทั่วไปก็มีชูรสเป็นหลัก เรื่องการรักษาเจ้าจงอย่าเอากรรมของคนอื่นมาแบก แม้จักค้นยาไทยได้ ก็ใช่ว่าเขาจักเชื่อถือก็หาไม่ ให้วางภาระนี้เสีย ปล่อยให้เขารักษาตามแผนปัจจุบันไปตามเรื่อง วางใจให้เยือกเย็น เคารพในกฎของกรรมเข้าไว้ โลกนี้ไม่มีใครดีไปกว่าใคร เพราะล้วนตกอยู่ภายใต้กฎของธรรมดาทั้งสิ้น ทุกคนเกิดแล้วต้องแก่-ต้องเจ็บ-ต้องตายเป็นของธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นกฎของกรรมไปได้

          ๑๑. การทำงานตามหน้าที่เป็นสิ่งจำเป็นที่จักต้องทำในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่จงอย่าเอาจิตไปเดือดร้อนกับกิจการงาน ทำด้วยจิตปล่อยวางทั้ง ๆ ที่รับผิดชอบอยู่ จงอย่าเอาจิตเกาะงาน ทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ ให้มีแต่จิตนี้พร้อมละ-พร้อมปล่อยวางอยู่ตลอดเวลา แล้วพยายามอย่าหนักใจด้วยเหตุใด ๆ ทั้งปวง อาทิ อย่าขัดศรัทธาของผู้ทำบุญ เขาพอใจทำให้แค่ไหน ก็จงพอใจเท่านั้น อย่ามีปัญหามาก

          ๑๒. ร่างกายไม่ดีให้ระวังจิตให้จงมาก แล้วจงอย่าเครียด ทำใจให้ผ่องใสเข้าไว้ พยายามมองหาความเป็นจริงว่าขันธ์ ๕ นี้ไม่ใช่เรา ทำจิตให้ยอมรับเช่นนั้นอยู่เสมอ พยายามอย่าให้อารมณ์นี้คลาดไปจากจิต แต่ห้ามเครียด คือ มีอารมณ์หนัก ให้มีอารมณ์เบาใจเข้าไว้เสมอ

          ๑๓. ดูร่างกายเข้าไว้ แล้วจงอย่าประมาทในชีวิต ดูอารมณ์จิตที่เกาะร่างกายเข้าไว้ หมั่นแก้ไขอารมณ์ อย่าละวางปล่อยให้กิเลสกินใจอยู่ร่ำไป ให้แก้ไขอารมณ์อย่างตั้งใจ และอย่าหวั่นไหวกับเหตุขัดข้องใด ๆ ทั้งปวง ให้เห็นธรรมดาเข้าไว้

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่