พระธรรม

ในเดือน...มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒




          สมเด็จองค์ปฐมและสมเด็จองค์ปัจจุบัน ทรงตรัสสอนไว้ดังนี้

          ๑. เรื่องกฎของกรรมและวิบากกรรม ในเดือนนี้เพื่อนผู้ร่วมปฏิบัติธรรมกับผม ท่านถูกกฎของกรรมเล่นงานหนัก เพราะกรรมเหล่านี้ท่านทำเขาไว้ก่อนในอดีตทั้งสิ้น เมื่อกรรมอกุศลอย่าใดตามมาทัน ก็ย่อมเล่นงานท่านเป็นธรรมดา กฎของกรรมนั้นเที่ยงเสมอและให้ผลไม่มีผิดตัวด้วย ดังนั้นพระธรรมในเดือนนี้ส่วนใหญ่ จึงเป็นเรื่องกฎของกรรมและวิบากกรรมที่ตามมาให้ผล

          ๒. เรื่องอิริยาบถบรรพล้วนเป็นทุกข์ อาทิ การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทานอาหาร แม้ขณะขับถ่ายอยู่ ให้พิจารณาเข้าหาทุกข์ จัดเป็นวิปัสสนาญาณขั้นสูง คืออริยสัจทั้งสิ้น สรุปว่า การบริหารร่างกายให้เป็นไปตามปกติก็ล้วนเป็นทุกข์ทั้งสิ้น ขันธ์ ๕ นี้จึงเป็นไปเพราะความทุกข์ เป็นการพิจารณาเข้าสู่อริยสัจ แล้วจักเห็นขันธ์ ๕ ได้ตามความเป็นจริงว่าเป็นไปด้วยความทุกข์ตลอดเวลา แล้วจักเห็นความโง่ของจิตที่มาหลงติดอยู่กับขันธ์ ๕ ว่า เป็นสุข เป็นเรา ของเราได้อย่างชัดเจน ดังนั้นจากการพิจารณากรรมฐาน ๔๐ และมหาสติปัฏฐานสูตร จึงมาลงกับขันธ์ ๕ ทั้งหมด

          ๓. อย่าตีตนไปก่อนไข้ เหตุใดยังไม่เกิดขึ้น จงอย่าไปกังวลกับอนาคต แต่ก็มิใช่อยู่อย่างผู้ประมาท นักเดินเรือรู้ทิศทางของลมได้ฉันใด การดำรงชีวิตอยู่ ก็พึงรู้ว่าจักมีอุปสรรคอย่างไรเกิดขึ้นกับชีวิตบ้าง รู้แล้วก็พึงหาทางแก้ไข แต่มิใช่จิตกังวลจนกลุ้มใจทำอะไรไม่ถูก เรื่องอะไรที่จักพึงเกิดขึ้น ให้อาศัยความเย็นเข้ามาข่มใจ อย่าหุนหันพลันแล่น เพราะจักแก้ไขอะไรไม่ได้ สู้ทำใจให้สงบ แล้วจักมีหนทางแก้ไขได้

          ๔. สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสว่านั่นเป็นอารมณ์ของพระผู้พิจารณาโดยตลอดว่า ขันธ์ ๕ ไม่ใช่เรา ท่านพระ.....มุ่งรักษาจิตเป็นสำคัญ และเคารพในกฎของกรรมเป็นอย่างยิ่ง พวกเจ้าพึงดูเป็นตัวอย่าง จิตที่ยอมรับในกฎของกรรม เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา จิตใจก็จักสงบเยือกเย็น ไม่ทุกข์ไม่ร้อนไปกับสิ่งที่เข้ามากระทบทั้งปวง แม้ที่สุดความตายเข้ามากระทบกับร่างกาย จิตใจที่ฝึกดีแล้วก็มีความสุข อันเป็นความสุขขั้นปรมัตถ์อย่างยิ่งด้วย สำหรับเรื่องวัดท่าซุงในภายภาคหน้า อย่าเพิ่งไปทุกข์ใจ ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎของกรรม ทำจิตใจให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด เรื่องข้างหน้า รู้ไว้ เตรียมไว้ แต่อย่าหนักใจ ถึงวาระนั้นจักรู้หนทางแก้ไขเอง

          ๕. อภัยทานเป็นทานที่สูงที่สุดในพระพุทธศาสนา สูงกว่าธรรมทาน (อภัยทาน ก็คือ ธรรมทานที่สูงสุด) แม้คนจะใส่ร้าย กลั่นแกล้ง ก็ไม่โต้แย้ง ไม่แก้คำกล่าวหา ท่านถือว่ากรรมใครกรรมมัน ท่านเคารพในกฎของกรรม เขาด่า เขาแกล้ง ผู้มีอภัยทานจะเกิดสงสาร ไม่รับคำด่า รับการแกล้ง กรรมเหล่านั้นก็จะตกอยู่กับผู้ทำแต่ผู้เดียว พระอรหันต์ท่านไม่กำกรรมของใครหรือเพื่อใคร ดังนั้น จงอย่าท้อใจกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นครูที่จักทดสอบผลของการปฏิบัติ ไม่ว่าจักเป็นราคะ ปฏิฆะ หรือศีลในข้อต่าง ๆ เป็นการทดสอบสมาธิ ทดสอบปัญญา อาทิเช่น ถ้าหากหมามันกัดหรือเห่าเรา เราจักกัดกับมันหรือเห่ากับมันไหม หรือเราควรจักโกรธคนที่เขาจักไปนรกดี หรือว่าควรสงสารคนจักไปนรกดี เป็นต้น จงอย่าสนใจกับคนพาล ซึ่งนับวันจักก่อกรรมให้กับตนเองลงสู่อบายภูมิ จงรักษาอารมณ์ให้แจ่มใส สร้างอภัยทานให้เกิดขึ้นกับจิต สงสารให้มากแล้วหลีกเลี่ยง อย่าพึงโต้ตอบได้ยิ่งเป็นการดี

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่