พระธรรม

ในเดือน...พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔




          สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้

          เรื่องโลหิตเป็นพิษจากการติดในรสของอาหาร ทำให้มีเลือดออกตามผิวหนังเป็นจ้ำ ๆ ทั้งแขนและขา สาเหตุมาจากชอบกินอาหารร้อน ๆ ใส่ถุงพลาสติกและโฟม และกินเป็นประจำเป็นเวลานาน ๆ ชอบกินอาหารรสเปรี้ยวจัด เค็มจัดและร้อน ๆ ใส่ถุงพลาสติก ความเปรี้ยวเป็นกลด ความเค็มเป็นด่าง ทำให้เกิดปฏิกิริยากับถุงพลาสติกและโฟม สามารถละลายหรือกัดถุงพลาสติก หรือแม้แต่เหล็กก็ยังกัดให้ผุได้ กินนาน ๆ ติดต่อกันร่างกายไม่สามารถจะขับสารพิษเหล่านี้ให้ออกจากร่างกายได้หมด สารพิษเหล่านี้ก็ตกค้างสะสมมากขึ้น ๆ จนเกิดโรคขึ้นมาตามลำดับ พระท่านให้ใช้รางจืดเถาดอกสีม่วง ต้มกินเช้าแก้วเย็นแก้ว ก่อนอาหาร จะช่วยล้างสารพิษออกได้ หากน้ำเหลืองไม่ค่อยดี ก็ให้กินผักกระสังได้ บุคคลที่กำลังเป็นโรคนี้อยู่ ก็ใช้ตามที่ท่านบอกโรคก็หายดี

          ๑๗. ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ให้ตัดความกังวลออกไปจากใจ การทานในเขตพระพุทธศาสนานี้ จงอย่ามีความหนักใจ ทำไปใจเย็น ๆ ก็แล้วกัน การยอมรับนับถือกฎของกรรมมากเท่าไหร่ จิตก็เข้าสู่ความเป็นพระอริยเจ้าได้มากขึ้นเท่านั้น คำว่ายอมรับนับถือกฎของกรรม คือ มองตามความเป็นจริง โดยจิตไม่ดิ้นรน กระสับกระส่ายไปด้วยการฝืนกฎของธรรมดานั้นไม่มี และจิตเยือกเย็นมีความเป็นสุข อารมณ์หนักใจสักนิดหนึ่งก็ไม่มี

          ๑๘. พิจารณาเสียก่อนแล้วจึงทำเป็นของดี ไม่ว่าทางกาย วาจา ใจ แล้วจักมีความละเอียดของจิต แต่ไม่ใช่ใคร่ครวญมากจนเกลายเป็นคนคิดมาก ฟุ้งซ่านไป ให้อยู่ในเกณฑ์คิดตามความเป็นจริงด้วย จิตจึงจักมีความเข้าใจในมัชฌิมาปฏิปทา ในทางสายกลางอย่างแท้จริง และจุดนี้จักไม่เจือไปด้วยตัณหา อารมณ์ชอบใจหรือไม่ชอบใจจักไม่มี มีแต่ความเหมาะสม

          ๑๙. กฎของกรรมเป็นของเที่ยง ให้เคารพในกฎของกรรม แล้วจิตจักเป็นสุข ไม่ดิ้นรนฝืนกฎของกรรม ทำใจให้สบาย ความฟุ้งซ่านเป็นธรรมดาของจิตใจ อย่าคิดว่าผิดธรรมดา ในเมื่อบางขณะบังคับไม่อยู่ ก็ปล่อยจิตให้คิดไปตามใจชอบ แล้วคอยตามสังเกตดูว่า ฟุ้งไปในเรื่องใดบ้าง ปล่อยมันคิดไปจนมันหยุดหมดกำลังคิด แล้วค่อยหันมาจับสมถะวิปัสสนาใหม่

          ๒๐. การรักษากำลังใจให้มีความเพียรอยู่ประจำจิต คือพิจารณาตามความเป็นจริงของร่างกาย หรือขันธ์ ๕ นี้ แล้วจิตจักมีอารมณ์ปัก ต้องการพระนิพพานเป็นอารมณ์ เมื่อจิตมีความต้องการอยู่อย่างนั้น ก็ต้องการพระนิพพานเป็นอารมณ์ จิตก็จักมีกำลังใจอยู่ในความเพียรอยู่เสมอ มีกำลังใจที่จักไปเสียจากขันธ์ ๕ เพื่อไปพระนิพพานอยู่จุดเดียวเท่านั้น

 

รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่