คำนำในการจัดพิมพ์

“ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้น” (เล่ม ๑๓)




          พระธรรมที่ในเล่ม ๑๓ นี้ ล้วนเป็ปกิณกะธรรม พระองค์ทรงตรัสสอนซ้ำๆ สอนย้ำๆ แต่เรื่องความเป็นจริงของร่างกายกับของจิต ด้วยอุบายต่างๆมากมายหลายวิธี โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้จิตของเรายอมรับนับถือและเคารพความเป็นจริงของร่างกายโดยอย่าให้มีอารมณ์ปรุงแต่ง เพราะธรรมดาของมันก็เป็นอยู่อย่างนั้น จิตจึงจะวางอุปทานขันธ์ ๕ ลงได้

          พระองค์ทรงเป็นบุคคลผู้เดียวในโลก ที่เป็นพระสัพพัญญู คือรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกและขันธโลกได้ตามความเป็นจริง และรู้ต้นเหตุที่ทำให้จิตต้องวนเวียนเกาะติดอยู่กับโลกนี้ และรู้วิธีปฏิบัติที่จะให้จิตละปล่อยวางอุปทานขันธ์ ๕ ด้วยอุบายต่างๆ มากมายหลายวิธีตามจริตนิสัย และกรรมของแต่ละบุคคล ที่ทำกันมาไม่เสมอกัน ให้พยายามศึกษา และใคร่ครวญ หาความเป็นจริงของร่างกายให้พบตัวธรรมดาของมันแล้วปล่อยวางให้ได้ หากจิตพอใจอุบายข้อไหน ก็ให้มุ่งปฏิบัติตามข้อนั้นอย่างจริงจัง ก็จะมีผลจริงตามนั้นทุกประการ ที่ยังไม่ได้ผลก็เพราะนำไปปฏิบัติแต่เพียงฉาบฉวย แล้วก็ไปจับข้ออื่นๆ ปฏิบัติต่อ ไม่ทำให้จริงจังจนเกิดผลทรงตัว อยู่กับจิตจนเป็นฌาน เป็นสมาธิในธรรมนั้นๆ

          เนื่องจากบุคคลในโลกนี้ มีจริต นิสัย และทำกรรมมาไม่เสมอกัน พระพุทธองค์จึงตรัสสอนปกิณกะธรรม หรือธรรมะอุบายเพื่อให้จิตหลุดพ้นไว้มากถึง ๘๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หรือธรรมะอุบาย ผมก็จะพยายามรวบรวมพระธรรมคำสั่งสอน ซึ่งทรงตรัจสอนไว้ในอดีต ตามที่ได้เพียรบันทึกเอาไว้ รวบรวมเป็นเดือนๆจนครบ ๑ ปี จัดรวมเป็นเล่ม แล้วพิมพ์แจกเป็นธรรมทาน โดยไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างได และไม่มีการบอกเรี่ยไรด้วย ขอให้ผู้อ่านทุกท่านรับทราบความจริงตามนี้ด้วย และจะเพียรรวบรวมพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ตามลำดับ จัดพิมพ์แจกเป็นธรรมทานจนกว่าชีวิตจะหาไม่

          ผมขอเน้นพระธรรมในคำนำเล่ม ๑๒ ที่ว่า พระธรรมเป็นสิ่งที่พูดง่าย แต่ทำหรือปฏิบัติให้เกิดผลยาก หรือพูดสั้นๆว่า พระธรรมพูดง่ายแต่ทำยาก เพราะตัวผมเองเริ่มปฏิบัติธรรมจริงจังเมื่ออายุ ๔๗ ปี (เมื่อพบหลวงพ่อฤาษี ท่านมาเทศน์สอนที่โรงพยาบาลตำรวจ) การปฏิบัติก็ทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันก็รวม ๓๖ ปีแล้ว แต่ก็ยังปฏิบัติให้เกิดผลจริงไม่ได้สักเท่าไหร่นัก เพราะการปฏิบัติมี ๓ ระดับ จากอธิศีล ไปสู่อธิจิต และอธิปัญญาตามลำดับ ในปัจจุบันยังอยู่ระดับต้นเท่านั้น

          พระองค์ทรงแนะให้ใช้สังโยชน์ ๑๐ และมีบารมี ๑๐ เป็นผู้ช่วย (วิปัสสนาญาณ ๙ ข้อที่ ๖) จะได้ผลเร็ว หากตัดสังโยชน์ ๓ ข้อแรกได้ ก็พ้นนรกได้อย่างถาวร (พ้นอบายภูมิ ๔) การปฏิบัติขั้นต่อไปคือตัดอวิชชาเลย (สังโยชน์ข้อ ๑๐) ของจริงเขาปฏิบัติกันตามนี้ และสมเด็จองค์ปฐมทรงเมตตาสอนการปฏิบัติทางลัดให้คว่า เมื่อมีฐานมั่นคงแล้ว หมายถึงฐานที่ละสังโยชน์ ๓ ข้อแรกได้ ก็ให้ใช้ทางลัดช่วย คือ รู้ลม รู้ตาย รู้นิพพาน การปฏิบัติทางตรงก็ให้ทำไป แต่ทางลัดจงอย่าทิ้ง อย่าปฏิบัติด้วยอารมณ์เครียด ให้ปฏิบัติด้วยอารมณ์เบาๆ สบายๆ จึงจะเป็นของจริง(อารมณ์เครียด คืออารมณ์สมถะ หรืออารมณ์ฌาน อารมณ์เบาๆ สบายๆ คืออารมณ์วิปัสสนาญาณ) ขออธิบายไว้ย่อๆ แค่นี้

          พระธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้นตั้งแต่เล่ม ๑ ถึงเล่ม ๑๓ นี้ผมจะเขียนว่า สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนไว้ดังนี้เหมือนกันหมด แต่ความจริงแล้ว สมเด็จองค์ปัจจุบันและสมเด็จองค์อื่นๆก็มาสอนด้วยในบางครั้งบางตอน แต่ผมก็เว้นไว้ไม่เขียนลงไป เพราะพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ทรงมีความดีเสมอกันหมด และพระพุทธเจ้าทั้งหมดมีอยู่มากเกินกว่า ๑ แสนองค์ พระพุทธเจ้าองค์ไดที่มีกรรมผูกพันกับกลุ่มปฏิบัติธรรมของเรา ท่านก็จะเสด็จมาโปรดสอนให้ตามวาระที่สมควร และจงจำไว้ว่าจิตไม่มีเวลา พระองค์ทรงรู้วาระจิตของพวกเราได้ดีทุกๆ คน ที่ผมอ้างสมเด็จองค์ปฐม ก็เพราะส่วนใหญ่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ทรงเป็นผู้ตรัสสอนทั้งสิ้น ก็ขอแจ้งให้ผู้อ่านรับทราบความจริงไว้ด้วย และธรรมบางตอนหรือหลายๆ ตอน หลวงพ่อฤาษีท่านก็มาสงเคราะห์สอนให้ และบางตอนก็มีหลวงพ่อ หลวงปู่ หลวงน้า หลวงอา จนกระทั่งถึง หลวงพี่ ที่จิตท่านพ้นทุกข์ พ้นสมมุติธรรมแล้ว มาช่วยเมตตาสงค์เคราะห์สอนให้ เพราะคำสอนของพระอริยเจ้ามีค่าเสมอ จงให้ความสำคัญให้มาก ก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบความจริงไว้ด้วย

          อีกจุดหนึ่งที่ผมต้องการเน้นก็คือ ขอให้ท่ากรุณาอ่าน คำนำใน ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม ๕ อีกสักครั้ง ที่สมเด็จองค์ปฐมทรงอุปมาอุปมัย มีความว่า คุณหมอซึ่งมีหน้าที่มาขนคนขึ้นขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้ายนี้ อายุเกิน ๘๐ ปีแล้ว เหมือนไม้ใกล้ฝั่งเต็มที่ หากใครปฏิบัติได้ตามนี้ ก็มั่นใจได้ว่าท่านมีที่นั่งรถไฟขบวนสุดท้ายอย่างแน่นอน เมื่อได้อ่านแล้วจะเกิดประโยชน์แก่ท่านไม่มากก็น้อย

          ในสุดท้ายนี้ ผมขออาราธนาบารมีคุณของพระศรีรัตนตรัย หรือพุทโธ ธัมโม สังโฆ อัปมาโณ อันมีคุณค่าหาประมาณมิได้จงดลบันดาลให้จิตของท่านผู้อ่านพระธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น แล้วนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง จงเกิดมรรคผลได้ตามลำดับ จนเข้าถึงซึ่งพระนิพพานได้ในชาติปัจจุบันี้ด้วยกันทุกท่านเทอญ.

พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน ผู้รวบรวม

๖ กรกฏาคม ๒๕๕๓

 

กลับหน้าหลัก



ไปเล่มที่
ไปเล่มที่